ประวัติว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ (ALOE VERA) มรดกสมุนไพรจากธรรมชาติชื่อวิทยาศาสตร์ : Aloe vera (Linn) Burm. F.,Aloe barbardensis Mill.
ชื่อวงศ์ : Liliaceae
ชื่ออังกฤษ : Mediteranean aloe, Star cactus, True aloe
ชื่อท้องถิ่น : ว่านไฟไหม้ , หางตะเข้
ประวัติความเป็นมา
ว่านหางจระเข้เป็นต้นพืชล้มลุกที่มีเนื้ออวบอิ่ม จัดอยู่ในตระกูลลิลลเลี่ยม (LILIUM) แหล่งกำเนิดอยู่แถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน และบริเวณตอนใต้ของทวีปอาฟริกาคำว่า “อโล” (aloe) เป็นภาษากรีกโบราณ แผลงมาจากคำว่า “ALLAL” แปลว่า รสขม หรือ ฝาด ในภาษายิว ดังนั้น เมื่อมีผู้ใดเอ่ยคำนี้ ก็จะทำให้นึกถึงต้นว่านหางจระเข้ที่มีรสชาติฝาดปนขม
ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพร ที่มีประวัติการใช้มากกกว่า 5,000 ปี มีการพบบันทึกสรรพคุณทางยาครั้งแรกในรูปของยาเม็ดดินเหนียวของชาวสุเมเลียน ในยุค 1750 ปีก่อนคริสตกาล
พระนางคลีโอพัตรา พระนางเนเฟอร์ติติ สองสาวงามอันลือชื่อ ในยุคอียิปต์โบราณ มีประวัติว่าพระนางใช้ เจลที่อยู่ในว่านหางจระเข้ เพื่ออาบและดูแลความงามของพระองค์
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพร ที่ยังคงถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการบำรุงสุขภาพและดูแลร่างกายมาจนถึงปัจจุบัน



ประโยชน์จากว่านหางจระเข้
สรรพคุณที่ได้รับการยอมรับแล้วจากการวิจัยจากสถาบันต่างๆ- ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
- ช่วยต่อต้านและยับยั้งการขยายตัวของเซลมะเร็ง และ เชื้อไวรัส
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรค
- ช่วยการหล่อลื่นของกระดูกข้อต่อและช่วยเคลือบผนังลำไส้ใหญ่
- ช่วยเสริมระบบการย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น( Metabolism) จึงมีการนำไปผสมในเครื่องดื่มหรืออาหารบำรุงร่างกายหลายตำรับ
- ช่วยกระตุ้นการก่อเกิดเซลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงมีการนำไปใช้ในการซ่อมแซมหรือส่วนที่สึกหรอภายในร่างกายด้วยการรับประทาน และ รักษาแผลจากน้ำร้อนลวก , ไฟไหม้
- ช่วยให้การเกิดสภาวะการหลับลึก เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง อันเนื่องมาจากการกระบวนการปรับสภาพการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้เข้าสู่ภาวะที่สมดุล ด้วยปฏิกิริยาทางเคมีจากธรรมชาติในว่านหางจระเข้
- ช่วยเสริมในการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีได้เป็นอย่างดี อันเนื่องมาจากขบวนการเมตาบอริซึ่มมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยลดและยับยั้งการการเกิดบาดแผลเรื้อรัง รักษายากจนนำไปสู่การตัดอวัยวะ เช่น ขา
- มีการพบว่าว่านหางจระเข้ช่วยทำให้เส้นโลหิตในสมองมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี จึงมีส่วนช่วยให้สามารถป้องกันเส้นโลหิตในสมองแตกได้
- ช่วยบำรุงผิวพรรณและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง พบว่าว่านหางจระเข้ ช่วยกระตุ้น Fibroblast ในการหลั่งสาร คอลลาเจน และ อีลาสติน ในการสร้างเซลเนื้อเยื่อใหม่และให้ความชุ่มชื้นยืดหยุ่นแก่เซลผิวหนังได้อย่างดี จึงมีการนำไปเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางราคาแพงหลายยี่ห้อ
- จากสรรพคุณอันมากมายในว่านหางจระเข้ จึงมีการนำเอามาวิจัยและพัฒนาสู่การรับใช้วิถีชีวิตของมนุษย์เราอย่างกว้างขวางในหลายวงการ เช่น การบริโภคเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ ใช้ในวงการเครื่องสำอาง ในวงการแพทย์ และยังมีการวิจัยเพื่อนำมาใช้ในวงการทหารอีกด้วย
- ปัจจุบันว่านหางจระเข้ นับวันยิ่งได้รับการยอมรับจากในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน อเมริกา อังกฤษ และประเทศในแถบยุโรป เนื่องจากการยอมรับในความปลอดภัยและคุณค่าอันแท้จริงที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งได้รับมาจากธรรมชาติ
หรือ แผลจากโรคทางผิวหนัง เช่นโรคสะเก็ดเงิน และมีการนำไปใช้รักษาแผลของผู้ป่วยจากการฉายรังสีเอ็กซเรย์ ซึ่งได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยการทาภายนอก
สารที่มีประโยชน์ในว่านหางจระเข้
- สารอโลคูติน และสารอะลอคติน เอ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค และสลายพิษของเชื้อโรค
- สารอโลมิซิน เป็นสารที่สามารถระงับการขยายตัวของเชื้อไวรัส และโรคมะเร็งได้
- สารโพลีแซคคาไรด์ ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้
- สารบาร์บาโลอิน มีฤทธิ์ในทางระงับเชื้อวัณโรค
- สารแอนทราควิโนน มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค เป็นยาระบายอ่อนๆ
- วิตามิน (Vitamins) : A , B1 , B2 , B3 , B6 , B12 , C , E , Beta carotene , Folic acid , Niacinamide , Choline
- น้ำย่อย (Enzymes) : Alinase , Amalase , Bradykininase , Catalase , Lipase , Oxidase
- กรดอะมิโน (Amino Acids) : Arginine , Asparagine , As partic Acid , Clutamic acid.