ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการบำรุงสุขภาพและดูแลร่างกาย ทีได้รับวิวัฒนาการทางธรรมชาติ โดยมีการสร้างองค์ประกอบของชนิดและปริมาณสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเหมาะสมที่สุด จึงมีการนำมาใช้เพื่อเสริมสร้าง ฟื้นฟู บำบัดและรักษาสุขภาพร่างกายกันอย่างแพร่หลาย ทั้งยังปลอดภัยและปราศจากผลข้างเคียง
มีการพบบันทึกสรรพคุณทางยาครั้งแรกในรูปของยาเม็ดดินเหนียวของชาวสุเมเลียน ในยุค 1750 ก่อนคริสตกาล แม้แต่ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ยังทรงให้กองทัพของพระองค์ระดมปลูกว่านหางจระเข้ เพื่อใช้เป็นยารักษาทหารเมื่อมีการเดินทัพสู้รบ
ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่มีการวิจัยศึกษามากมาย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ งานวิจัยในไทยที่ได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ในห้องสมุด ก็มีมากมาย เช่น
- ชื่อเรื่อง การศึกษาฤทธิ์การต้านเชื้อแบคทีเรียของว่านหางจระเข้ / โดย ดวงพร เจียมอมรรัตน์
- ชื่อเรื่อง คู่มือว่านหางจระเข้สมุนไพรมหัศจรรย์ธรรมชาติ / บรรณาธิการ : สุพจน์ อัศวพันธุ์ธนกุล
- ชื่อเรื่อง นานาประโยชน์กับว่านหางจระเข้ / โดย สายสวาท กุลวัฒนาพร
- ชื่อเรื่อง Aloe Vera สารบำรุงผิวชั้นเยี่ยมที่ได้จากว่านหางจระเข้ / โดย นบสร วันชาญเวช
- ชื่อเรื่อง เทคนิคอย่างง่ายในการรักษาแผลกดทับและแผลไฟไหม้ในผู้ป่วยจิตเวชด้วยว่านหางจระเข้ / โดย กิตติพงศ์ สานิชวรรณกุล และ วนิดา พุ่มไพศาลชัย ผู้แต่ง กิตติพงศ์ สานิชวรรณกุล
- ชื่อเรื่อง รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาฤทธิ์สมุนไพรว่านหางจระเข้ในการรักษาโรคแผลในกระเพาะ / โดย ศิริมา พรสุวัฒนกุล
- ชื่อเรื่อง พืชมหัศจรรย์ว่านหางจระเข้ / โดย สายสวาท กุลวัฒนาพร
- ชื่อเรื่อง การป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูโดยวุ้นว่านหางจระเข้ / โดย กิตติศักดิ์ ศรีพานิชกุลชัย ชื่อเรื่องเพิ่มเติม Prevention of gastric ulcers in rats by aloe gel
- โรคกระเพาะอาหาร : ใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหารได้ดี ช่วยปรับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้
- โรคแผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กตอนต้น : ช่วยในการสมานแผล ใช้รักษาแผลในอวัยวะย่อยอาหาร
- ท้องผูก : ยางสีเหลืองที่ผิวใบมีสารอโลอิน กับสารอโลอีนิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- ความดันโลหิตสูง : ช่วยให้หลอดเลือดอ่อนนุ่ม และ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
- ความดันโลหิตต่ำ : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายดำเนินไปด้วยดี
- ไข้หวัด : ระงับการขยายตัว และ ทำลายเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของไข้หวัด
- หอบหืด : ช่วยขจัดต้นเหตุของการแพ้ (ต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา1-2 เดือน จึงจะเห็นผล)
- เบาหวาน : ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร ใช้เป็นยารักษาควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบันจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ผลดีขึ้น
- โรคตับอักเสบ : ช่วยสลายพิษในร่างกายได้ จึงช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของตับได้ดี
- เมารถ-เมาเรือ : ช่วยระงับประสาทขจัดอาการอ่อนเพลีย ช่วยบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ
- แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก : ใช้ฆ่าเชื้อ ป้องกันอาการอักเสบและการติดเชื้อแทรกซ้อนได้และ ยังกระตุ้นให้ผิวหนังกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็ว
- ฮ่องกงฟุต : ช่วยทำลาย และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค บรรเทาอาการปวด และ คันได้
- ตาปลา : ช่วยให้ผิวส่วนที่หยาบกร้านอ่อนนุ่มขึ้น และกำจัดตาปลาได้
- ปวดฟันและโรคเหงือก : ใช้แก้อักเสบ ป้องกันความเจ็บปวดเฉียบพลันลดอาการปวดฟัน เนื่องจากฟันผุเป็นการชั่วคราว
- ช่องปากอักเสบ : ว่านหางจระเข้สามารถฆ่าเชื้อโรคประเภท Streptococcus และ เชื้อโรคอื่นๆได้ทำให้อาการอักเสบหายเร็วขึ้น
- ความงาม : บำรุงเส้นผมให้เงางามและช่วยขจัดรังแค ,รักษาสิวและรอยด่างดำ ,บำรุงผิวกาย ,เติมน้ำให้ผิว ว่านหางจระเข้นอกจากจะให้เป็นยารักษาโรคแล้ว ปัจจุบันพบว่าแนวโน้มของการใช้สารเคมีลดลง โดยคนส่วนใหญ่หันไปให้ความสนใจกับสารธรรมชาติมากขึ้น Aloe Vera หรือว่านหางจระเข้ จึงได้ขึ้นทำเนียบเป็นวัตถุดิบหลักๆ ที่มีในเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว เรียกได้ว่าทางด้านสุขภาพและความงาม ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรอันดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเลยทีเดียว
- น้ำย่อย (Enzymes) : Catalase, Amylase, Lipase, Phosphatase, Creatine
- กรดอะมิโน (Amino Acids) : Arginine, Asparagine, Aspartic Acid, Glutamic Acid
- วิตามิน (Vitamins) : A, B1, B2, B6, B12, C, E, Beta Carotene, Folic, Choline
- เกลือแร่ (mineral) : Calcium, Phosphorus, Potassium, Iron, Sodium, Copper
- สารอะลอกติน เอ (Aloctin A) และสารอะลอกติน บี (Aloctin B) มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ และช่วยสมานแผล
- สารบาร์บาโลอิน (Barba loin) มีฤทธิ์ในทางระงับเชื้อโรค
- สารโพลีแซคคาไรด์ ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้
- สารอโลมิซิน และสารอะโลคูติน สารมารถระงับการขยายตัวของเชื้อไวรัสโรคมะเร็ง
สารสำคัญในการออกฤทธิ์ในว่านหางจระเข้ คือ ส่วน Aloe Gel โดยสารที่พบได้ใน Aloe Gel เป็นสารจำพวก Polysaccharides, Glycoproteins, Anthraquinone และยังมี Enzyme บางประเภทที่มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ
จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า Aloe Gel มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาอาการไหม้เนื่องจากความร้อนและรังสีโดยการทดสอบในหนูทดลองพบว่า Aloe Gel สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและลดการเกิดกระบวนการอักเสบได้โดยจะทำให้กลไกในการเกิดการอักเสบช้าลงและเพิ่มระยะเวลาในการ recovery ของ Epithelium Cell
หลังจากโดนรังสีและความร้อนเผาไหม้สำหรับผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ผิวจากรังสีพบว่า Aloe Gel สามารถป้องกันเซลล์ผิวหนังจากการทำลายจากรังสีแกมมา รังสี X-ray และ รังสี UVB ในหนูทดลอง โดย Aloe Gel สามารถลดการเกิดกระบวนการ UVB-mediated suppression ต่อ Langerhans cells ในผิวหนังชั้น epidermis ได้จึงส่งผลทำให้การหลั่ง immunomodulatory และทำให้ Skin hypersensitivity ลดลง นอกจากนี้ Aloe Gel ยังสามารถจำกัดอนุมูลอิสระ (Scavenge free radicals) ได้อีกด้วย
หลังจากโดนรังสีและความร้อนเผาไหม้สำหรับผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ผิวจากรังสีพบว่า Aloe Gel สามารถป้องกันเซลล์ผิวหนังจากการทำลายจากรังสีแกมมา รังสี X-ray และ รังสี UVB ในหนูทดลอง โดย Aloe Gel สามารถลดการเกิดกระบวนการ UVB-mediated suppression ต่อ Langerhans cells ในผิวหนังชั้น epidermis ได้จึงส่งผลทำให้การหลั่ง immunomodulatory และทำให้ Skin hypersensitivity ลดลง นอกจากนี้ Aloe Gel ยังสามารถจำกัดอนุมูลอิสระ (Scavenge free radicals) ได้อีกด้วย
จากการศึกษาพบว่าความเข้มข้นของ Aloe Gel ในสูตรตำรับที่เหมาะสมในการรักษาแผลไหม้เนื่องจากถูกความร้อนและรังสีนั้น ควรมีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 70% ของตำรับ และยังพบว่า Aloe Vera Cream ยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดการไหม้เนื่องจากแสงแดดได้ โดยสามารถช่วยดูดซับรังสีในช่วงความยาว คลื่น 290 – 320 นาโนเมตรซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่มีผลต่อกระบวนการ Melanogenesis หรือกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ส่งผลทำให้สีผิวคล้ำขึ้นได้
นอกจากนี้คุณทราบหรือไม่ว่าว่านหางจระเข้เป็นพืชส่งออกอันดับต้นๆของประเทศไทย นั่นแสดงให้เห็นว่า ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมานานแล้ว ทั้งด้านของสรรพคุณที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีสรรพคุณดูแลสุขภาพร่างกายได้อย่างครอบคลุม เป็นได้ทั้งของกินของใช้ และคาดว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ไม่มีวันตาย...